ไขปริศนาเกาะโมอาย มายาแห่งวัฒนธรรม

ผู้คนจำนวนมากคงเคยได้ฟังตำนานเรื่องหินยักษ์หน้าคน มีถูกพบขึ้นอย่างปริศนา โมอายเดอสโตเฮ้น 

แห่งเกาะอีสเตอร์ Moai Easter Island เป็นเรื่องที่ยังสงสัยกันมาจนถึงทุกวันนี้ว่า ใครเป็นคนสร้าง ใครเป็นคนทำ แล้วสร้างไปเพื่ออะไร ใช้อะไรในการสร้างหรือทำขึ้นมา และเคลื่อนย้ายยังไงโดยที่น้ำหนักของตัวหินนั้น มีมากถึง 10 ตันด้วยกัน ถูกนำไปวางไว้บนที่ต่างๆภายในเกาะ แต่ก็เพราะความลึกลับของตัวมันนั้นเองทำให้ในทุกๆปีมักจะมีบรรดานักท่องเที่ยวพสกันไปขึ้นเครื่องไปเยี่ยมชนรูปปั้นแกะสลักโมอายกันอย่างล้นหลาม โดยที่ข้างในเกาะนั้นแทบจะไม่มีอะไรเลย จะมีเพียงเทือกเขาหิน รวมทั้งหาดทราย แล้วก็พื้นที่สนามที่กว้างมาก
เกาะอีสเตอร์ (Easter Island) ภาษาถิ่นเรียก ราขว้าง นุย (Rapa Nui) เกาะที่อยู่กึ่งกลางสมุทรห้วงสมุทรแปซิฟิคห่างจากริมฝั่งของประเทศชิลีถึง 3,600 กม. บนเกาะนั้นจะมีพื้นที้เพียงแต่ 160 ตารางกิโลเมตร และก็ยาวเพียงแต่ 25 กม. แต่ก่อนเกาะนี้มิได้ชื่อว่าอีสเตอร์เดิมทีด้วย แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าผู้ค้นพบเกาะคนแรก จาค็อบ ร็อกเกวีน (Jacob Roggaveen) ลูกเรือเรือที่แล่นเรือผ่านมาเจอกับเกาะที่นี้ในวันอีสเตอร์ ก็เลยตั้งชื่เกาะนี้ว่า อีสเตอร์นั้นเอง ส่วนรูปปั้นขนาดใหญ่ ที่เป็นจุดสนใจของตรงนี้นั้น คนไม่ใช่น้อยมั่นใจว่าได้ผลงานของชาว โพลีนีเซียน ที่เคยเข้ามาอาศัยอยู่ในตอนปี 1250 แล้วก็จำนยวนรูปปั้นสลักที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งยังเกาะมีราวๆเกือบจะ 900 ตัว โดยจะมีบ้างส่วนลำตัวที่โดยมากจะถูกฝังอยู่ใต้ดิน มีตลอดตัวที่อยู่ราวกับสลักยังไม่เรียบร้อย และก็ยังมีร่องรอยของการลำเลียงอีกด้วย บางตัวก็จะมีเพียงแค่ท่อนหัว ท้องนาของตัวโมอายที่ใหญ่ที่สุดนั้นมากถึง 30 ฟุต (ราว 10 เมตรน้ำหนัก 82 ตัน
ความน่าแปลกอีกอย่างหนึ่งก็คือ โมอายแทบทั้งสิ้นถูกแกะออกมาจากหินก้อนเดียวกัน ออกมาจากเหมืองหิน ราโน ราราคู (Rano Raraku) ที่แกะด้วยหินภูเขาไฟที่มีความแข็งแรงแล้วก็คงทน โมอายบางตัวจะมีหมวกสีแดงที่เรียกว่า พูติดอยู่โอ (Pukao) เป็นชิ้นต่างหากบนหัว ตกแต่งส่วนดวงตาด้วยต้นปะการังขาวสลัก โดยชาวโบราณเช้าใจกันว่าเป็นเครื่องหมายของทวยเทพเทวดา
นักโบราณคดีเพียรพยายามขุดลงไปจากจุดที่เจอหัวของโมอายเพื่อจะศึกษาเล่าเรียนส่วนที่เป็นลำตัวเพิ่มยังพบว่า ลักษณะการแต่งตัวของใช้ส่วนตัวที่ถูกสลักนั้น พบว่ามีการแกะวงแหวน แล้วก็ยังมีผ้าคาดเอว รวมถึงยังเครื่องหมายต่างๆอีกมากมายที่ยังไม่มีผู้ใดรู้เรื่องความหมายของมัน

Author: info

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *